พระอัยนาร์

เทวรูปหินสลักพระอัยนาร์และพระมเหสีทั้งสอง ในพิพิธภัณฑ์ กรุงเชนไน รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย พระอัยนาร์ ( ทมิฬ: ஐயனார்อังกฤษ: Aiyanar) เป็นเทวะท้องถิ่น ในศาสนาฮินดู ซึ่งเป็นเทพเจ้าที่ดูแลรักษาและคุ้มครองหมู่บ้านของชาวทมิฬ ส่วนใหญ่เป็นที่รู้จักและนิยมบูชา ใน รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดีย อินเดียภาคใต้ทั่วไป และหมู่บ้าน ทมิฬ ใน ประเทศศรีลังกา มีลักษณะความสัมพันธ์คล้ายคลึงกับ พระอัยยานากี (อังกฤษ: Aiyanayake) เทพเจ้าของชาวสิงหล ในประเทศศรีลังกา
เทวรูปหินสลักพระอัยนาร์และพระมเหสีทั้งสอง เทวสถานประจำหมู่บ้าน ในกรุงเชนไน รัฐทมิฬนาฑู ประเทศอินเดี พระอัยนาร์ พระอัยนาร์เดิมเป็นเทพเจ้าพื้นเมืองในภาคใต้อินเดีย ที่ได้รับการยบูชามานานแล้ว ต่อในรัฐกรณาฏกะ มีการสร้างเทวสถานถวายเทพองค์นี้ในพระนาม พระศัตตรา ในศตวรรษที่ 10 และปรากฏในคัมภีร์ของชาวทมิฬใหม่ในพระนาม พระอัยยัปปาโดยกล่าวว่าเป็นบุตรที่เกิดจากพลังของพระหริหระซึ่งเป็นการอวตารร่วมกันระหว่างพระศิวะและพระนารายณ์.ภาษาอูรดู (อูรดู: اردو‎) (รู้จักกันในชื่อภาษาว่า Lashkari لشکری) เป็นภาษาหนึ่งในภาษากลุ่มอินโด-อารยัน ซึ่งพัฒนามาจากหลายภาษารวมกันคือ ภาษาเปอร์เซีย ตุรกี อาหรับ ฮินดี และ สันสกฤต นิยมใช้กันมากในช่วงสมัยรัฐสุลต่านเดลฮี และจักรวรรดิโมกุล (ค.ศ. 1200-1800) ภาษาอูรดู อยู่ในอันดับที่ 20 ของภาษาที่มีคนใช้เป็นภาษาแม่ และเป็นภาษาราชการของประเทศปากีสถาน นอกจากนี้ยังเป็นภาษาหนึ่งในภาษาราชการ 23 ภาษา ของประเทศอินเดียไวยากรณ์ของภาษาอูรดูใกล้เคียงกับภาษาฮินดีมาก คำนามแบ่งเป็นปุลลึงค์ (ชาย) และสตรีลึงค์ (หญิง) มีการกำหนดเพศให้กับคำนามที่เป็นคำยืมจากภาษาอื่นเช่นภาษาอังกฤษด้วย คำนามแบ่งเป็นนามเอกพจน์และพหูพจน์ ระดับความสุภาพ

jumbo jili

ภาษาอูรดูมีการแบ่งระดับความสุภาพ คำหลายคำมีความหมายเหมือนกัน แต่ใช้ในสถานการณ์ที่ต่างกัน คำที่มาจากภาษาเปอร์เซียและภาษาอาหรับมักได้รับการยอมรับว่าเป็นทางการ ตัวอย่างเช่นคำว่า “คุณ” ในภาษาอูรดูมี 3 คำ คือ “ตู” (ไม่เป็นทางการมาก) “ตุม” (ไม่เป็นทางการ) และ “อาป” (แสดงการยกย่อง) คำว่า “มา” มี 3 คำเช่นเดียวกันคือ “ไอเย” หรือ “อาเอ็น” (ทางการ แสดงความยกย่อง) “เอา” (ไม่เป็นทางการ) และ “อา” (ไม่เป็นทางการอย่างมาก) ส่วนใหญ่มีที่มาจากอินเดียและตะวันออกกลาง ทั้งที่ยืมมาจากภาษาเปอร์เซีย ภาษาอาหรับ ภาษาสันสกฤต ภาษาภาษาเคิร์ดภาษาโปรตุเกส และภาษาอังกฤษ คำที่มาจากภาษาอาหรับจะมีความหมายต่างไปจากเดิมบ้างเล็กน้อยและการใช้ต่างจากในภาษาเดิม ระบบการเขียน ภาษาอูรดูเขียนด้วยอักษรอาหรับ-เปอร์เซีย เขียนจากขวาไปซ้าย การเขียนต่างจากภาษาอาหรับที่ว่า ภาษาอูรดูเขียนแบบ Nasta’liq ซึ่งจัดตัวพิมพ์ยาก ส่วนภาษาอาหรับเขียนแบบ Naskh หนังสือพิมพ์ภาษาอูรดูจึงพิมพ์จากแท่นพิมพ์ที่ทำมาจากลายมือเขียน จนถึงราว พ.ศ. 2523 หนังสือพิมพ์ เดลลี่ จัง จึงเป็นหนังสือพิมพ์ภาษาอูรดูฉบับแรกที่พิมพ์ในแบบ Nasta’liq ด้วยคอมพิวเตอร์ หนังสือที่เขียนด้วยภาษาอูรดูในปัจจุบัน ใช้คอมพิวเตอร์ที่มีโปรแกรมภาษาอูรดูต่าง ๆ กันไปภาษากงกณี (อักษรเทวนาครี: कोंकणी ; อักษรกันนาดา:ಕೊಂಕಣಿ; อักษรม ยาฬัม:കൊംകണീ ; อักษรโรมัน: Konknni) เป็นภาษากลุ่มอินโด-อารยัน โดยมีคำศัพท์จากภาษาดราวิเดียนปนอยู่ด้วย ได้รับอิทธิพลจากภาษาอื่นหลายภาษา ทั้งภาษาโปรตุเกส ภาษากันนาดา ภาษามราฐี ภาษาเปอร์เซีย และภาษาอาหรับ มีผู้พูดประมาณ 7.6 ล้านคน แต่เดิมเชื่อกันว่าภาษานี้เป็นภาษาถิ่นของภาษามราฐี แต่หลักฐานที่พบภาษากอนกานีเกิดก่อนภาษามราฐีนานมาก จารึกภาษากอนกานีพบครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 1730 ขณะที่จารึกภาษามราฐีพบครั้งแรก เมื่อราว พ.ศ. 2100ภาษากอนกานีพัฒนาขึ้นในบริเวณกอนกานซึ่งเป็นฉนวนแผ่นดินแคบ ๆ ระหว่างเขตภูเขาสหยทริและทะเลอาหรับทางฝั่งตะวันตกของอินเดีย โดยเฉพาะในโคมันตัก (ปัจจุบันคือกัว) ทฤษฎีเกี่ยวกับกำเนิดของภาษากอนกานีมีสองแบบคือ

สล็อต

ต้นกำเนิดของภาษากอนกานีคือกลุ่มพราหมณ์สรสวัต ผู้อยู่ตามฝั่งแม่น้ำสรวสวตีในอินเดียตะวันตกเฉียงเหนือเมื่อประมาณ 5,000 ปีมาแล้ว จากการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำเมื่อราว 1,357 ปีก่อนพุทธศักราช ทำให้มีการอพยพ กลุ่มผู้อพยพกลุ่มหนึ่งเข้ามาตั้งหลักแหล่งในบริเวณโคมันตัก คนกลุ่มนี้พูดภาษาปรากฤต (ภาษาเศารเสนี) ซึ่งต่อมาพัฒนาเป็นภาษากอนกานี ภาษากอนกานีเป็นภาษาท้องถิ่นที่ใช้พูดในหมู่ชาวโกกนาซึ่งถูกทำให้เป็นสันสกฤต ชนกลุ่มนี้ปัจจุบันอยู่ในทางเหนือของรัฐมหาราษฏระและทางใต้ของรัฐคุชราตแต่อาจจะมีต้นกำเนิดมาจากเขตกอนกาน ผู้อพยพชาวอารยันที่เข้าสู่กอนกานนำภาษาของคนในท้องถิ่นมาใช้และเพิ่มศัพท์จากภาษาปรากฤตและภาษาสันสกฤตเข้าไป ช่วงแรก ภาษากอนกานีเป็นภาษาหลักในกัว เริ่มแรกเขียนด้วยอักษรพราหมี ต่อมาจึงเขียนด้วยอักษรเทวนาครี ใช้ในทางศาสนาและการค้ารวมทั้งในชีวิตประจำวัน กลุ่มชนอื่น ๆ ที่ใช้ภาษากอนกานีสำเนียงต่าง ๆ ได้แก่ชาวกอนกานมุสลิมในเขตรัตนกาลีและภัตกัล ซึ่งมีลักษณะของภาษาอาหรับเข้ามาปนมาก ชนอีกกลุ่มหนึ่งที่ใช้ภาษากอนกานีคือชาวสิททิสซึ่งมาจากเอธิโอเปีย การอพยพและการแยกเป็นส่วน การเข้ามาของโปรตุเกสทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงมากในหมู่ของชาวกอนกานี ชาวกอนกานีบางส่วนเปลี่ยนไปนับถือศาสนาคริสต์และอิทธิพลทางศาสนาของโปรตุเกสทำให้ชาวกอนกานีบางส่วนอพยพออกไป การแบ่งแยกระหว่างชาวกอนกานีที่นับถือศาสนาฮินดูและคริสต์ทำให้ภาษากอนกานีแตกเป็นหลายสำเนียงยิ่งขึ้น

สล็อตออนไลน์

ภาษานี้แพร่ไปสู่เขตจนระหรือกรวลี (ชายฝั่งของการณตกะ) โกกัน-ปัตตะ (ชายฝั่งกอนกาน ส่วนของรัฐมหาราษฏระ) และรัฐเกราลาในช่วง 500 ปีหลัง การอพยพของชาวกอนกานีมีสาเหตุมาจากการปกครองกัวของโปรตุเกส การอพยพของชาวคริสต์และฮินดูเกิดเป็น 3 ระลอก การอพยพครั้งแรกเกิดขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2103 ซึ่งเป็นช่วงแรกที่โปรตุเกสเข้ามาปกครองกัว ครั้งที่ 2 เกิดเมื่อ พ.ศ. 2114 ในสงครามกับสุลต่านพิชปูร์ การอพยพครั้งที่ 3 เกิดขึ้นระหว่างสงครามในช่วง พ.ศ. 2226 – 2283 การอพยพในช่วงแรกเป็นผู้นับถือศาสนาฮินดู ส่วนสองครั้งหลัง ส่วนใหญ่เป็นชาวคริสต์

jumboslot

ในเทพปกรณัมกรีก เทพเจ้าแห่งโอลิมปัส เป็นเทพเจ้าหลักของศาสนากรีกโบราณ โดยมากถือว่าประกอบด้วยซูส ฮีรา โพไซดอน ดิมีเทอร์ อะธีนา อะพอลโล อาร์ทิมิส แอรีส แอโฟรไดที ฮิฟีสตัส เฮอร์มีส และเฮสเตียหรือไดอะไนซัส บางครั้งรวมเฮดีสและเพอร์เซฟะนีเป็นส่วนหนึ่งของสิบสองเทพโอลิมปัสด้วย แต่โดยทั่วไปไม่นับเฮดีส เพราะพระองค์ประทับอย่างถาวรในโลกบาดาลและไม่เคยเสด็จเยือนยอดเขาโอลิมปัส บางครั้งนับรวมเฮราคลีสและอัสคลิปิอุสเช่นกันประมวลเรื่องปรัมปรากรีก (กรีกโบราณ: ΜΥΘΟΛΟΓΊΑ ΕΛΛΗΝΙΚΉ) เป็นประมวลเรื่องปรัมปราของอารยธรรมกรีกโบราณ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับนิทานปรัมปราและตำนานที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้า, วีรบุรุษ, ธรรมชาติของโลก รวมถึงจุดกำเนิดและความสำคัญของขนบ คติและจารีตพิธีในทางศาสนาของชาวกรีกโบราณ ประมวลเรื่องปรัมปรากรีกเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาในกรีซโบราณ นักวิชาการสมัยใหม่มักอ้างถึงและศึกษาเรื่องปรัมปราเหล่านี้ เพื่อที่จะทราบเกี่ยวกับสถาบันทางศาสนา, สถาบันทางการเมืองในกรีซโบราณ, อารยธรรมของชาวกรีก และเพื่อเพิ่มความเข้าใจในธรรมชาติของการสร้างตำนานประมวลเรื่องปรัมปราขึ้น ประมวลเรื่องปรัมปรากรีกรวบรวมขึ้นจากเรื่องเล่าและศิลปะที่แสดงออกในวัฒนธรรมกรีก เช่น การระบายสีแจกันและของแก้บน ตำนานกรีกอธิบายถึงการถือกำเนิดของโลก และรายละเอียดของเรื่องราวในชีวิต และการผจญภัยของบรรดาเทพเจ้า เทพธิดา วีรบุรุษ วีรสตรี และสิ่งมีชีวิตในตำนานอื่น ๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ในตอนแรกเป็นเพียงการสืบทอดผ่านบทกวีตามประเพณีมุขปาฐะเท่านั้น ซึ่งอาจสืบย้อนหลังไปได้ถึงสมัยไมนอส และสมัยไมซีนี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ก่อนค.ศ. แต่ปัจจุบันเรื่องราวปรัมปราเหล่านี้ เราทราบจากวรรณกรรมกรีกโบราณทั้งสิ้น

slot

This entry was posted in Joker and tagged , . Bookmark the permalink.