แพลลัส

แพลลัส (อังกฤษ: Pallas, กรีก: Πάλλας) ในตำนานเทพปกรณัมกรีก มีเทพและเทพีหลายองค์ที่มีนามว่า “แพลลัส” อีกทั้งยังรวมไปถึงเจ้าชายองค์หนึ่งด้วย เทพีแพลลัสองค์แรกนั้นเป็นฉายาของอะธีนา บางแหล่งอ้างว่า เทพีแพลลัส เป็นเพื่อนเล่นขององค์เทพี ซึ่งเทพีแพลลัสเป็นพระธิดาของเทพไทรทัน หรือเทพไทรโทนิส ซึ่งเป็นพระบิดาอุปถัมภ์ของนาง วันหนึ่ง ขณะที่เทพีแพลลัสและเทพีอะทีนากำลังทะเลาะกันอยู่นั้น เทพซูส ก็ปรากฏร่างต่อหน้าทั้งสองพร้อมกับโล่ของพระองค์ ด้วยความตกใจกลัวจึงทำให้เทพีแพลลัสลืมหลบการโจมตีของเทพีอะทีนา นางได้เสียชีวิต และเทพีอะทีนาโศกเศร้าเสียใจกับการจากไปของนางและเปลี่ยนนามของนางเป็น “แพลลัส อะทีนา” นอกจากนี้เทพีอะทีนายังแกะสลักรูปปั้นของเทพีแพลลัสจากลำต้นของต้นไม้ซึ่งเรียกว่าพัลเลเดียม (Palladium) ซึ่งเทพีอะทีนาได้ทิ้งไว้กับเทพซูส ต่อมาอิเล็กตรา ผู้ถูกเกี้ยวโดยเทพซูสได้หนีพระองค์โดยการซ่อนตัวอยู่หลังรูปปั้นดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เมื่อเทพซูสพบตัวอิเล็กตรา พระองค์ได้โยนรูปปั้นลงไปยังดินแดนแห่งอิเลียม (Ilium) หรือซึ่งก็คือกรุงทรอย นั่นเอง และ ณ ที่นี้อีลัส ได้สร้างวิหารเก็บรูปปั้นของเทพีแพลลัสเอาไว้ นอกจากนี้ยังมีบางแหล่งได้อ้างว่าแพลลัสเป็นเทพเจ้าเก่าแก่ที่ถูกรวมเข้ากับเทพีอะทีนาโดยชาวเอเธนส์เอง

jumbo jili

แพลลัสยังเป็นไททันตนหนึ่งอีกด้วย ไททันแพลลัสเป็นโอรสของไททันคริอุซ และเทพียูริเบีย และเป็นพระสวามีของเทพีสติกซ์ ด้วย พระองค์เป็นพระบิดาของเทพซีลุส เทพีไนกี้ เทพคราตอส และเทพีไบอา (และบางครั้งยังเป็นพระบิดาของเทพีอีออส และไททันเซเรเน่ ด้วย) เทพแพลลัสองค์นี้เป็นเทพแห่งปัญญา อาอีซอนหรืออาอีธอน คือชื่อของม้าของพระองค์ เทพมีปีกเก่าแก่องค์หนึ่งก็มีนามว่าแพลลัสเช่นกัน ซึ่งปีกของพระองค์จะอยู่ที่ข้อเท้า หรือไม่ก็กลางหลัง เช่นเดียวกับเทพีติดปีกยุคเก่าแก่องค์อื่น ๆ ตามที่ตำนานหนึ่งได้กล่าวไว้ เทพแพลลัสองค์นี้เป็นพระบิดาของเทพีอะทีนาและได้พยายามข่มขืนนาง องค์เทพีจึงสังหารเทพแพลลัสและฉีกผิวหนังของพระองค์มาทำเป็นโล่อีจิสโฟบอส (อังกฤษ: Phobos, ออกเสียง: /ˈfoʊbɒs, ˈfoʊbəs/; กรีก: Φόβος แปลว่า “ความกลัว”) เทพเจ้าในเทพปกรณัมกรีก เป็นบริวารหนึ่งในสองของเทพแอรีส เทพแห่งสงคราม บางตำนานกล่าวว่า เป็นบุตรชายฝาแฝดของเทพแอรีสกับเทพีแอโฟรไดที คู่กับดีมอส (Deimos) ซึ่งทั้งคู่จะติดตามอาเรสไปในที่ต่าง ๆ เมื่ออาเรสเสด็จ ฟบอส เป็นเทพเป็นความกลัว ซึ่งต่อมาเป็นรากศัพท์ของคำว่าความกลัวอย่างรุนแรงในทางจิตวิทยาที่เรียกว่า โฟเบีย (Phobia) ซึ่งมีระดับความรุนแรงมากกว่า ความกลัวธรรมดา (Fear) ในทางดาราศาสตร์ โฟบอสถูกตั้งเป็นชื่อดวงจันทร์บริวารของดาวอังคารคู่กับดีมอส เชื่อกันว่า เมื่ออเล็กซานเดอร์มหาราช คืนก่อนที่จะออกรบกับกษัตริย์กษัตริย์ดาไรอุสที่ 3 แห่งเปอร์เซีย ที่สมรภูมิกอกามีลา (ปัจจุบันเป็นที่ราบกว้างขวางใกล้กับประเทศอิรัก) พระองค์ได้สักการะถึงโฟบอสด้วย เพื่อระงับความกลัวดวงจันทร์เป็นดาราศาสตร์วัตถุที่โคจรรอบโลก เป็นดาวบริวารถาวรดวงเดียวของโลก เป็นดาวบริวารใหญ่ที่สุดอันดับที่ 5 ในระบบสุริยะ และเป็นดาวบริวารขนาดใหญ่สุดเมื่อเทียบกับขนาดของดาวเคราะห์ที่โคจร ดวงจันทร์เป็นดาวบริวารที่มีความหนาแน่นที่สุดเป็นอันดับที่ 2 รองจากไอโอของดาวพฤหัสบดี ซึ่งบางส่วนไม่ทราบความหนาแน่นมากหรือน้อย

สล็อต

คาดว่าดวงจันทร์ก่อกำเนิดประมาณ 4.51 พันล้านปีก่อน ไม่นานหลังจากโลก คำอธิบายที่ได้รับการยอมรับกว้างขวางที่สุดคือดวงจันทร์ก่อกำเนิดจากเศษที่เหลือจากการชนขนาดยักษ์ระหว่างโลกกับเทห์ขนาดประมาณดาวอังคารชื่อ ธีอา (Theia) ดวงจันทร์หมุนรอบโลกแบบประสานเวลา จะหันด้านเดียวเข้าหาโลกเสมอคือด้านใกล้ที่มีลักษณะเป็นทะเลภูเขาไฟมืด ๆ ซึ่งเติมที่ว่างระหว่างที่สูงเปลือกโบราณสว่างและหลุมอุกกาบาตที่เห็นได้ชัดเจน เมื่อสังเกตจากโลก เป็นเทห์ฟ้าที่เห็นได้เป็นประจำสว่างที่สุดอันดับสองในท้องฟ้าของโลกรองจากดวงอาทิตย์ พื้นผิวแท้จริงแล้วมืด แม้เทียบกับท้องฟ้าราตรีแล้วจะดูสว่างมาก โดยมีการสะท้อนสูงกว่าแอสฟอลต์เสื่อมเล็กน้อย อิทธิพลความโน้มถ่วงของดวงจันทร์ทำให้เกิดน้ำขึ้นลงมหาสมุทร และทำให้หนึ่งวันยาวขึ้นเล็กน้อย มีระยะห่างจากโลกเฉลี่ยนับจากศูนย์กลางถึงศูนย์กลางประมาณ 384,403 กิโลเมตร เทียบเท่ากับ 30 เท่าของเส้นผ่านศูนย์กลางของโลก จุดศูนย์กลางมวลร่วมของระบบตั้งอยู่ที่ตำแหน่ง 1,700 กิโลเมตรใต้ผิวโลก หรือประมาณ 1 ใน 4 ของรัศมีของโลก ดวงจันทร์โคจรรอบโลกในเวลาประมาณ 27.3 วัน เมื่อเปรียบเทียบการแปรคาบโคจรตามมาตรภูมิศาสตร์ระหว่างโลก-ดวงจันทร์-ดวงอาทิตย์ ทำให้เกิดเป็นเฟสของดวงจันทร์ ซึ่งจะซ้ำรอบทุกๆ ช่วง 29.5 วัน (เรียกว่า คาบไซโนดิก) เส้นผ่านศูนย์กลางของดวงจันทร์มีค่าประมาณ 3,474 กิโลเมตร หรือประมาณหนึ่งในสี่ของโลก ดังนั้นพื้นผิวของดวงจันทร์มีน้อยกว่า 1 ใน 10 ของพื้นผิวของโลก (ประมาณ 1 ใน 4 ของผืนทวีปของโลกเท่านั้น คิดเป็นขนาดใหญ่ประมาณรัสเซีย แคนาดา กับสหรัฐอเมริกา รวมกัน) มวลรวมของดวงจันทร์คิดเป็นประมาณ 2% ของมวลของโลก และแรงโน้มถ่วงเป็น 17% ของโลก
สัญลักษณ์แทนดวงจันทร์คือ ☾ ปี พ.ศ. 2512 (ค.ศ. 1969) นีล อาร์มสตรอง และ บัซซ์ อัลดริน นักบินอวกาศขององค์การนาซา เป็นมนุษย์ 2 คนแรกที่เหยียบลงบนพื้นดินของดวงจันทร์ กฎหมายอวกาศถือว่าดวงจันทร์เป็นสมบัติร่วมกันของมนุษยชาติ ตามสนธิสัญญาที่ใช้บังคับกิจกรรมของรัฐบนดวงจันทร์ ดวงดาว และวัตถุอวกาศอื่น ๆ ค.ศ. 1979

สล็อตออนไลน์

ดวงจันทร์เป็นดาวบริวารของดาวเคราะห์ แต่มีความแตกต่างจากดวงจันทร์ดวงอื่นๆ ในระบบสุริยะ เพราะเมื่อเราพูดถึง “ดวงจันทร์” ก็จะหมายถึง ดาวบริวารที่โคจรรอบโลกของเรา คำว่า จันทร์ นั้นเป็นคำศัพท์มาจากภาษาสันสกฤต (चंद्र จํทฺร อ่านว่า จัน-ดฺระ หรือคนไทยเราเรียกว่า จัน-ทฺระ) ซึ่งหมายถึงพระจันทร์ ในภาษาไทยเดิมมักเรียกว่า เดือน หรือ ดวงเดือน (ลาว: ເດືອນ เดือน, ไทใหญ่: လိူၼ် เหฺลิน) สำหรับในภาษาอังกฤษ ดวงจันทร์ หรือ Moon (ภาษาอังกฤษใช้อักษรตัวใหญ่ขึ้นต้นคำ) คำภาษาเจอร์แมนิก ตรงกับคำภาษาลาติน คือ mensis เป็นคำที่แยกออกมาจากรากภาษาอินโด-ยูโรเปียนดั้งเดิม และเป็นตัวแทนของการนับเวลา ซึ่งรำลึกถึงความสำคัญของมัน คือ วันจันทร์ ในภาษาอังกฤษ การเรียกดวงจันทร์มีมาจนถึงปี ค.ศ. 1665 เมื่อมีการค้นพบดาวบริวารดวงใหม่ของดาวเคราะห์ดวงอื่น บางครั้งดวงจันทร์จึงถูกเลี่ยงไปใช้ชื่อในภาษาลาตินของมันแทน คือ luna เพื่อที่จะแยกมันออกจากดาวบริวารอื่น ๆ ดวงจันทร์มีการหมุนรอบตัวเองแบบที่เรียกว่า การหมุนสมวาร (synchronous rotation) คือคาบการหมุนรอบตัวเองกับคาบการโคจรรอบโลกมีค่าเท่ากัน โดยดวงจันทร์ใช้เวลาโคจรรอบประมาณ 27.3 วัน เป็นผลให้ดวงจันทร์หันด้านเดียวเข้าหาโลก เรียกด้านที่หันเข้าหาเราว่า “ด้านใกล้” (near side) ส่วนด้านตรงข้าม คือ “ด้านไกล” (far side) เป็นด้านที่เราไม่สามารถมองเห็นได้ อย่างไรก็ตาม ดวงจันทร์มีการแกว่งเล็กน้อย ทำให้เรามีโอกาสมองเห็นพื้นผิวดวงจันทร์ได้มากกว่า 50% อยู่เล็กน้อย ในอดีต ด้านไกลของดวงจันทร์เป็นด้านที่ลึกลับอยู่เสมอ จนกระทั่งถึงยุคที่เราสามารถส่งยานอวกาศออกไปถึงดวงจันทร์ได้ สิ่งหนึ่งที่แตกต่างระหว่างด้านใกล้กับด้านไกล คือ ด้านไกลไม่มีพื้นที่ราบคล้ำที่เรียกว่า “มาเร” (แปลว่าทะเล) กว้างขวางมากเหมือนอย่างด้านใกล้ ดวงจันทร์ใช้เวลาในการหมุนรอบตัวเองที่ได้จังหวะพอดีกับวิถีการโคจรรอบโลก ซึ่งเมื่อเรามองดวงจันทร์จากพื้นโลกจะมองเห็นดวงจันทร์เพียงด้านเดียวตลอดเวลา ในประวัติศาสตร์ยุคแรกของดวงจันทร์ การหมุนของมันช้าและกลายเป็นถูกล็อกอยู่ในลักษณะนี้ เป็นผลมาจากปรากฏการณ์ความฝืด และมีความสัมพันธ์กับปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงบนโลก เมื่อนานมาแล้ว ขณะที่ดวงจันทร์ยังคงหมุนเร็วกว่าในปัจจุบัน รอบโป่งในปรากฏการณ์น้ำขึ้นน้ำลงมาก่อนแนวโลก-ดวงจันทร์ เพราะว่ามันไม่สามารถดึงรอยโป่งของมันกลับคืนได้อย่างรวดเร็วพอที่จะรักษาระยะของรอยโป่งระหว่างมันกับโลก การหมุนของมันขจัดรอยโป่งนอกเหนือจากแนวโลก-ดวงจันทร์ รอยโป่งที่อยู่นอกเส้นโลก-ดวงจันทร์นี้ทำให้เกิดการบิดเบี้ยวขอหนอน ซึ่งลดความเร็วของการหมุนของดวงจันทร์ลง เมื่อการหมุนของดวงจันทร์ช้าลงจนเหมาะสมกับการโคจรรอบโลก เมื่อนั้นรอยโป่งของมันจึงหันหน้าเข้าหาโลกเสมอ รอยโป่งอยู่ในแนวเดียวกับโลก และรอยบิดของมันก็จึงหายไป นี่คือเหตุผลว่าทำไมดวงจันทร์จึงใช้เวลาในการหมุนรอบตัวเองพอๆ กับการโคจรรอบโลก มีความผันผวนเล็กน้อย (ไลเบรชัน) ในมุมองศาของดวงจันทร์ซึ่งเราได้เห็น เราจึงมองเห็นพื้นผิวของดวงจันทร์ทั้งหมดประมาณ 59% ของพื้นผิวทั้งหมดของดวงจันทร์

jumboslot

ในเทพปกรณัมกรีก เทพเจ้าแห่งโอลิมปัส เป็นเทพเจ้าหลักของศาสนากรีกโบราณ โดยมากถือว่าประกอบด้วยซูส ฮีรา โพไซดอน ดิมีเทอร์ อะธีนา อะพอลโล อาร์ทิมิส แอรีส แอโฟรไดที ฮิฟีสตัส เฮอร์มีส และเฮสเตียหรือไดอะไนซัส บางครั้งรวมเฮดีสและเพอร์เซฟะนีเป็นส่วนหนึ่งของสิบสองเทพโอลิมปัสด้วย แต่โดยทั่วไปไม่นับเฮดีส เพราะพระองค์ประทับอย่างถาวรในโลกบาดาลและไม่เคยเสด็จเยือนยอดเขาโอลิมปัส บางครั้งนับรวมเฮราคลีสและอัสคลิปิอุสเช่นกันประมวลเรื่องปรัมปรากรีก (กรีกโบราณ: ΜΥΘΟΛΟΓΊΑ ΕΛΛΗΝΙΚΉ) เป็นประมวลเรื่องปรัมปราของอารยธรรมกรีกโบราณ ซึ่งมีเนื้อหาเกี่ยวกับนิทานปรัมปราและตำนานที่เกี่ยวข้องกับเทพเจ้า, วีรบุรุษ, ธรรมชาติของโลก รวมถึงจุดกำเนิดและความสำคัญของขนบ คติและจารีตพิธีในทางศาสนาของชาวกรีกโบราณ ประมวลเรื่องปรัมปรากรีกเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาในกรีซโบราณ นักวิชาการสมัยใหม่มักอ้างถึงและศึกษาเรื่องปรัมปราเหล่านี้ เพื่อที่จะทราบเกี่ยวกับสถาบันทางศาสนา, สถาบันทางการเมืองในกรีซโบราณ, อารยธรรมของชาวกรีก และเพื่อเพิ่มความเข้าใจในธรรมชาติของการสร้างตำนานประมวลเรื่องปรัมปราขึ้น ประมวลเรื่องปรัมปรากรีกรวบรวมขึ้นจากเรื่องเล่าและศิลปะที่แสดงออกในวัฒนธรรมกรีก เช่น การระบายสีแจกันและของแก้บน ตำนานกรีกอธิบายถึงการถือกำเนิดของโลก และรายละเอียดของเรื่องราวในชีวิต และการผจญภัยของบรรดาเทพเจ้า เทพธิดา วีรบุรุษ วีรสตรี และสิ่งมีชีวิตในตำนานอื่น ๆ ซึ่งเรื่องราวเหล่านี้ในตอนแรกเป็นเพียงการสืบทอดผ่านบทกวีตามประเพณีมุขปาฐะเท่านั้น ซึ่งอาจสืบย้อนหลังไปได้ถึงสมัยไมนอส และสมัยไมซีนี ตั้งแต่ศตวรรษที่ 18 ก่อนค.ศ. แต่ปัจจุบันเรื่องราวปรัมปราเหล่านี้ เราทราบจากวรรณกรรมกรีกโบราณทั้งสิ้น

slot

This entry was posted in Joker and tagged , . Bookmark the permalink.